
“ การมีกำลังใจที่ดี ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ”
“ ชีวิตที่ผ่านมาคือครู ชีวิตที่เหลือคือโอกาส ”
“ จงเติบโตและเรียนรู้ด้วยตนเอง ”
ธีรภัทร์ ทองคำ (เวียร์)
มาทำความรู้จักตัวผมกัน!
สวัสดีครับ ผมชื่อ เวียร์ อายุ 18 ปี เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี ผมมีความใฝ่ฝันและเป้าหมายชีวิตชัดเจน คือการก้าวสู่การเป็นข้าราชการครู และผู้อำนวยการสถานศึกษาในอนาคต ผมเชื่อมั่นว่าการมีเรามีแรงบันดาลใจในการเรียน และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องที่ดี คือการวางรากฐานสำคัญของความสำเร็จ เพราะเมื่อเรามีกำลังใจที่ดี ก็ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง
สำหรับผมแล้ว แรงบันดาลใจคือคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในชีวิต เพราะ ชีวิตที่ผ่านมาคือครู ที่สอนบทเรียนอันมีค่าสำหรับผม และชีวิตที่เหลือคือโอกาสสำหรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อก้าวเดินตามความฝันและเป้าหมายที่ผมได้ตั้งไว้ในด้านการศึกษาอย่างมั่นคง ผมมีความตั้งใจเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตจริง และใช้ทุกโอกาสที่ผมได้รับมานั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เพื่อเติบโตเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพในอนาคต
ชื่อ
ธีรภัทร์ ทองคำ
ชื่อเล่น
เวียร์
วันเกิด
27 พฤษภาคม 2007
อายุ
18 ปี
การศึกษา
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี
ที่อยู่
ชะอำ, เพชรบุรี, ประเทศไทย
สถานะ
โสด
สิ่งที่ชอบ
เทคโนโลยี, การศึกษา, การเขียน
เป้าหมาย
ครูคอมพิวเตอร์และผู้อำนวยการสถานศึกษา
ทำไมผมถึงอยากเป็นครูคอมพิวเตอร์และผู้อำนวยการสถานศึกษาในอนาคต?
มุมมองของผมต่อระบบการศึกษาไทย
เหตุผลที่ทำให้ผมอยากเป็นข้าราชการครูและผู้อำนวยการสถานศึกษาในอนาคต เพราะผมได้เห็นระบบการศึกษาไทยมีความซับซ้อนและท้าทาย ทั้งภาระงานของครูที่มากกว่าการสอน และข้อจำกัดในหลายๆ อย่างที่ส่งผลต่อตัวนักเรียนเอง
คุณครูไม่เพียงทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้สู่นักเรียนเท่านั้น แต่ยังต้องรับผิดชอบงานด้านเอกสาร งบประมาณ และงานราชการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ผมมองว่าคุณครูคือบุคคลสำคัญที่ใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุด และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนโดยตรง หากระบบราชการและระบบการศึกษาได้รับการปรับปรุงอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ครูก็จะสามารถทำหน้าที่สอนได้อย่างเต็มศักยภาพ ผมจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบการศึกษาไทย โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล
บทบาทของครูคอมพิวเตอร์ในยุคดิจิทัล

ในยุคที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบการศึกษาไทย ผมเชื่อว่าครูจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการเรียนการสอนสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
แม้ว่าระบบการศึกษาไทยจะเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้แล้วบางส่วน แต่ผมยังมองว่ายังมีอีกหลายจุดที่สามารถพัฒนาต่อเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะ การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดภาระงานของครู และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน
จุดเริ่มต้นความสนใจด้านเทคโนโลยี

จุดเริ่มต้นที่ผมมีความสนใจด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์เริ่มตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากเหตุการณ์เล็กๆ ที่คุณครูมอบหมายให้ผมนำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไปเชื่อมต่อกับโปรเจกเตอร์ แม้ในตอนนั้นผมจะยังทำไม่เป็น แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นกลับจุดประกายให้ผมเริ่มสนใจและเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ครอบครัวของผม โดยเฉพาะคุณแม่ ซึ่งเคยศึกษาด้านครุศาสตร์ (หรือศึกษาศาสตร์) แต่ไม่ได้มีโอกาสรับราชการครู ยังเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผม อยากสานต่อความฝันด้านการศึกษาให้คุณแม่
แรงบันดาลใจจากคุณครูและครอบครัว
ในช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ผมนั่งทำตารางสอนของภาคเรียนที่ 2 ตามปกติที่ผมทำทุกภาคเรียนอยู่แล้ว ผมถ่ายสตอรี่ Instagram ลง แล้วคุณครูก็มาเห็นสตอรี่ผมแล้วทักว่า “ครูไม่ได้สอนแล้ว” ผมถึงกับรู้สึกชะงักไปชั่วขณะ
ตอนนั้นยังปกติอยู่ จนวันสุดท้ายของการทำงาน ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จริงๆ ผมเป็นคนร้องไห้ง่ายมาก คุณครูท่านนี้เป็นคนที่สนับสนุนและให้คำปรึกษาเมื่อผมมีปัญหาตลอด แต่ผมก็เข้าใจระบบราชการเรื่องการย้ายกลับภูมิลำเนาอยู่แล้ว
“ครูจะรอดูความสำเร็จของเรา”
นั่นแหละที่ทำให้ผมยิ่งน้ำตาไหล คำพูดนี้ล้วนเป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้ผมตั้งใจพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และยิ่งทำให้ผมมั่นใจในเส้นทางสายการศึกษาที่เลือกเดิน
เป้าหมายของผมในอนาคตด้านการศึกษา

ในอนาคต ผมมีความตั้งใจที่จะนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ประกอบกับความสามารถในการเขียนโปรแกรม มาพัฒนาและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการศึกษา ทั้งในด้านการออกแบบสื่อการเรียนการสอน และการพัฒนาระบบที่ช่วยลดภาระงานของครู
แม้ว่าการทำงานในระบบราชการจะเต็มไปด้วยความท้าทายและข้อจำกัดด้านระเบียบ กฎหมาย กฎกระทรวงต่างๆ แต่ผมเชื่อว่า หากเรามีความตั้งใจจริง และมีวิสัยทัศน์ในการทำงานที่ชัดเจน ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้
ผมจึงอยากเติบโตเป็นครูคอมพิวเตอร์ และในอนาคตเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพการศึกษา และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียนรุ่นต่อๆ ไป
