
— ธีรภัทร์ ทองคำ (เวียร์)
ชื่อ
ธีรภัทร์ ทองคำ
ชื่อเล่น
เวียร์
วันเกิด
27 พฤษภาคม 2007
อายุ
18 ปี
การศึกษา
ม.6/1 รร.ชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี
ที่อยู่
ชะอำ, เพชรบุรี
สถานะ
โสด
สิ่งที่ชอบ
เป้าหมายสูงสุด
สวัสดีครับผมชื่อ เวียร์ อายุ 18 ปี เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี ผมมีความใฝ่ฝันและเป้าหมายชีวิตชัดเจน คือการก้าวสู่การเป็นข้าราชการครู และผู้อำนวยการสถานศึกษาในอนาคต ผมเชื่อมั่นว่าการมีเรามีแรงบันดาลใจในการเรียน และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องที่ดี คือการวางรากฐานสำคัญของความสำเร็จ เพราะเมื่อเรามีกำลังใจที่ดี ก็ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง
สำหรับผมแล้ว แรงบันดาลใจคือคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในชีวิต เพราะ ชีวิตที่ผ่านมาคือครู ที่สอนบทเรียนอันมีค่าสำหรับผม และชีวิตที่เหลือคือโอกาสสำหรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อก้าวเดินตามความฝันและเป้าหมายที่ผมได้ตั้งไว้ในด้านการศึกษาอย่างมั่นคง
ผมมีความตั้งใจเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตจริง และใช้ทุกโอกาสที่ผมได้รับมานั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เพื่อเติบโตเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพในอนาคตที่ดีครับ
บทความนี้ถ่ายทอดมุมมองและแรงบันดาลใจของผมที่มีต่อวิชาชีพครูคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ประสบการณ์ส่วนตัว ไปจนถึงเป้าหมายในการพัฒนาการศึกษาไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
เหตุผลที่ทำให้ผมนั้น อยากเป็นข้าราชการครูและผู้อำนวยการสถานศึกษาในอนาคต เพราะผม ก็ได้เห็นระบบการศึกษาไทยมีความซับซ้อนและท้าทาย ทั้งภาระงานของครูที่มากกว่าการสอน และข้อจำกัดในหลายๆ อย่างที่ส่งผลแก่ตัวนักเรียนเอง คุณครูไม่เพียงทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้สู่นักเรียนเท่านั้น แต่ยังคงต้องรับผิดชอบงานด้านเอกสาร งบประมาณ และงานราชการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วยครับ
ผมมองในมุมมองของผม คุณครูคือบุคคลสำคัญที่ใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุด และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนโดยตรง หากระบบราชการเอง และระบบการศึกษาเอง ได้ปรับปรุงอย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ครูเองก็จะสามารถทำหน้าที่สอนได้อย่างเต็มศักยภาพ ผมจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบการศึกษาไทย โดยเฉพาะในด้านที่ผมสนใจและถนัดเป็นพิเศษคือด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ผมอยากจะนำมาช่วยสนับสนุนการสอนครับ

ในยุคที่เทคโนโลยีที่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบการศึกษาไทย ผมก็เชื่อว่าครูเองก็จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( COVID-19 ) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการเรียนการสอนสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าระบบการศึกษาไทยจะเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้แล้วบางส่วน แต่ผมก็ยังมองว่า ยังมีอีกหลายจุดที่มันสามารถพัฒนาต่อเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดภาระ ลดงานของครู และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน มากยิ่งขึ้นครับ
จุดเริ่มต้นของผม ที่ผมมีความสนใจด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ของผมเริ่มต้นตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่คุณครูมอบหมายให้ผมนำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไปเชื่อมต่อกับโปรเจกเตอร์ แม้ในตอนนั้นผมจะยังทำไม่เป็น แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นกลับจุดประกายให้ผมเริ่มสนใจและเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างจริงจัง นอกจากนี้ครับ ครอบครัวของผม โดยเฉพาะคุณแม่ ซึ่งเคยศึกษาด้านครุศาสตร์(หรือศึกษาศาสตร์) แต่ไม่ได้มีโอกาสรับราชการครู ยังเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผมอยากสานต่อความฝันด้านการศึกษาให้คุณแม่ครับ
ในช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ผมก็นั่งทำตารางสอนของภาคเรียนที่ 2 ตามปกติที่ผมทำทุกภาคเรียนอยู่แล้ว ผมก็ถ่ายสตอรี่ Instagram ลง แล้วที่ครูก็มาเห็นสตอรี่ผมเขาเลยทักว่า ครูไม่ได้สอนละ ผมถึงกับรู้สึกชะงักไปชั่วขณะไปชั่วขณะ ตอนนัั้นยังปกติอยู่ จนวันสุดท้ายของการทำงาน คือผมกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คือจริงๆ ผมเป็นคนร้องให้อะไรง่ายมาก เป็นคนที่สนับสนุน ให้คำปรึกษา เมื่อผมมีปัญหาตลอด แต่ผมก็เข้าใจระบบราชการเรื่องการย้ายกลับภูมิลำเนาอยู่แล้วครับ คุณครูฝากความหวังและกำลังใจว่า “ครูจะรอดูความสำเร็จของเรา” นั่นแหละครับผมยิ่งน้ำตาไหลเลย ล้วนเป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้ผมตั้งใจพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และยิ่งทำให้ผมมั่นใจในเส้นทางสายการศึกษาที่เลือกเดินครับ

ในอนาคตที่ผมมีความตั้งใจที่จะนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ประกอบกับความสามารถในการเขียนโปรแกรมของผมที่มี มาพัฒนาและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการศึกษา ทั้งในด้านการออกแบบสื่อการเรียนการสอน และการพัฒนาระบบที่ช่วยลดภาระงานของครู แม้ว่าการทำงานในระบบราชการจะเต็มไปด้วยความท้าทายและข้อจำกัดด้านระเบียบ และกฎหมาย กฎกระทรวง ต่างๆ นาๆ แต่ผมก็เชื่อว่าหากเรามีความตั้งใจจริง และมีวิสัยทัศน์ในการทำงานที่ชัดเจน ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ผมจึงอยากเติบโตเป็นครูคอมพิวเตอร์ และในอนาคตเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพการศึกษา และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียนรุ่นต่อ ๆ ไป .